![]()
นวัตกรรม พฤติกรรมแบบไหน ใครว่าเสี่ยง ติดเชื้อเอชไอวี
ชื่อนวัตกรรม : พฤติกรรมแบบไหน ใครว่าเสี่ยง ติดเชื้อเอชไอวี
ที่มาและความสำคัญของการสร้างนวัตกรรม
ชื่อเจ้าของผลงาน : นายอภัชยา กลั่นเกตุวิทย์
ประเภทนวัตกรรม : นวัตกรรมกระบวนการ (Process innovation)
จังหวัด : นครสวรรค์
อสม. ดีเด่นระดับ เขต
นวัตกรรมสุขภาพภาคประชาชน ประจำปี 2568
ที่มาและความสำคัญของการสร้างนวัตกรรม
ตำบลหูกวาง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ มีประชากรรวมประมาณ 4,119 คน ในหมู่ที่ 2
มีประชากร 1,383 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม จากข้อมูลเฝ้าระวังพบว่า มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีใน
ตำบลหูกวางจำนวน 23 คน ทุกคนได้รับยาต้านไวรัสและอยู่ในระบบการดูแลรักษาแล้ว 100%
แม้การรักษาจะครอบคลุม แต่ในชุมชนยังคงพบ ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวี
เช่น เชื่อว่าการกินอาหารร่วมกัน การกอด หรือการใช้ของร่วมกันสามารถทำให้ติดเชื้อได้ความเชื่อผิด ๆ
เหล่านี้ส่งผลให้เกิด การตีตราและการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีในชุมชน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการ
ป้องกันและดูแลผู้ป่วย จึงได้มีการคิดค้น “นวัตกรรมพฤติกรรมแบบไหน ใครว่าเสี่ยง ติดเชื้อเอชไอวี” เพื่อเป็นสื่อสร้างสรรค์และกิจกรรมเชิงปฏิสัมพันธ์ (Interactive Activity) ใช้ในการเรียนรู้ สื่อสาร และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน เน้นให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มีส่วนร่วม วิเคราะห์พฤติกรรม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อลดความเข้าใจผิดและสร้างทัศนคติที่ดีต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี
วัตถุประสงค์
ขั้นตอนกการดำเนินงาน (ระบุขั้นตอนของการจัดทำรายละเอียดนวัตกรรม)
- เพื่อให้ประชาชนสามารถจำแนกและตระหนักถึงพฤติกรรมเสี่ยงที่แท้จริงต่อการติดเชื้อเอชไอวี
- เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้ที่ถูกต้อง ลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการติดเชื้อ
- เพื่อสร้างทัศนคติที่ดี ลดการตีตรา และเพิ่มความร่วมมือในการป้องกันเอดส์
- เพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้ที่สนุก เข้าถึงง่าย และนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
อธิบายรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน/กิจกรรม
นวัตกรรมนี้ดำเนินการภายใต้แนวคิด Q – Q – R คือ Question – Quiz – Reflect เพื่อให้ผู้เข้าร่วม
“คิด–ตอบ–ตระหนักรู้”
ขั้นตอนการดำเนินงานมีดังนี้ - วางแผนและออกแบบสื่อ
o จัดทำ “บัตรคำพฤติกรรม” แสดงพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น การกอด การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่
ป้องกัน
o ออกแบบให้เข้าใจง่าย มีสีสัน และเหมาะกับทุกกลุ่มวัย - แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรม
o แบ่งกลุ่มย่อย 5–10 คน เพื่อให้มีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง
o ใช้เทคนิค “เกมจิ๊กซอว์ต่อโรค” เพื่อกระตุ้นความสนใจ - ดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ (Interactive Activity)
o ให้ผู้เข้าร่วมเลือกบัตรคำ แล้วอภิปรายร่วมกันว่า “พฤติกรรมนี้เสี่ยงหรือไม่เสี่ยง”
o วิทยากรอธิบายเพิ่มเติมด้วยข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้อง
o สอดแทรกคำถามปลายเปิด เพื่อกระตุ้นให้คิด วิเคราะห์ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ - สะท้อนผลและให้คำปรึกษา (Reflection)
o วิทยากรสรุปแนวทางการป้องกัน การใช้ถุงยางอนามัย การตรวจเลือด และการไม่ตีตราผู้ติดเชื้อ
o เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมพูดคุย สอบถาม และขอคำปรึกษาเพิ่มเติม - ประเมินผลก่อน–หลังการทำกิจกรรม
o แบบทดสอบ 8 ข้อ รวม 8 คะแนน
o ก่อนกิจกรรม: ความเข้าใจเฉลี่ยร้อยละ 3.5
o หลังทำกิจกรรม: ความเข้าใจและทัศนคติที่ถูกต้องเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 7
นวัตกรรมสุขภาพภาคประชาชน ประจำปี 2568
ผลการด าเนินงาน/ประโยชน์ที่ได้รับ
ปัจจัยความส าเร็จ
- ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงมากขึ้น
- ทัศนคติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีดีขึ้น เห็นอกเห็นใจและยอมรับมากขึ้น
- เกิดการพูดคุยและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนอย่างเปิดใจ
- ลดความเข้าใจผิดและการตีตราในชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
- นำไปใช้ขยายผลในกิจกรรมอบรมเยาวชน กลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มเปราะบาง
- นวัตกรรมเป็นสื่อที่ใช้งานง่าย สนุก และเข้าใจง่าย สามารถจัดกิจกรรมได้ซ้ำโดยไม่ต้องใช้งบประมาณสูง
โอกาสในการพัฒนา - การมีส่วนร่วมของเครือข่ายระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด
(รพ.สต.บ้านหูกวาง, อบต.หูกวาง, โรงเรียน, ชมรมอสม., สมาคมฟ้าสีรุ้ง, เรนโบว์พลัส) - ความมุ่งมั่นของ อสม.แกนนำ ที่เป็นทั้งผู้คิดและวิทยากรหลักในการจัดกิจกรรม
- ใช้สื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจริง
- มีกระบวนการติดตามผลอย่างต่อเนื่องและประเมินผลเชิงประจักษ์
- ได้รับการยอมรับจากชุมชนและหน่วยงานภาครัฐในฐานะ “ต้นแบบการป้องกันเอดส์โดยชุมชน”
- พัฒนาสื่อ “บัตรคำพฤติกรรม” ให้มีรูปแบบดิจิทัล (Interactive Online Game)
- ขยายกิจกรรมไปยังโรงเรียนมัธยมและสถานประกอบการในพื้นที่
- บูรณาการกับนวัตกรรมอื่น เช่น “จิ๊กซอว์ต่อโรค” และ “Social Counseling”
- จัดอบรมวิทยากรชุมชนเพื่อขยายผลในระดับอำเภอและจังหวัด
- ผลักดันให้ “พฤติกรรมแบบไหน ใครว่าเสี่ยง ติดเชื้อเอชไอวี” เป็น นวัตกรรมต้นแบบระดับเขตสุขภาพ